คนไทยโง่ ๆ

posted on 28 Aug 2008 16:13 by konkoy

     ช่วงนี้ไม่คอยได้ดูข่าวทีวี  ที่พอจะติดตามนิดหน่อยก็โอลิมปิค  บังเอิญจะซักผ้าเลยเปิดทีวีเป็นเพื่อนตอนเช้าวันอังคารที่ 26 ส.ค. 51 (ใครจะสงสัย ไม่เข้าใจเรื่องจะซักผ้าต้องเปิดทีวีเป็นเพื่อน ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เป็นประเด็นส่วนตัว ขี้เกียจอธิบาย)  ก็เลยเจอะข่าวสถานีNBTโดนยึดจากเหล่าพันธมิตรประชาชน เป็นเหตุการณ์ที่คงจะได้จารึกเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยค่อนข้างแน่นอน (นึก ๆ ก็น่าสงสารชาติไทยซะจริง ๆ ที่จะมีจารึกที่ค่อนข้างอัปลักษณ์ติดตัวไปจนวันตาย ยังกะรอยสักแน่ะ แต่รอยสักลบออกแล้วนะ อันนี้คงลบยากซักหน่อย)  มองดูแล้วเหมือนเด็กทะเลาะกัน แล้วก็ท้าตีท้าต่อย เยาะเย้ยด่าทอกันไปมา แล้วสุดท้ายก็ลากญาติโกโหติกามาร่วมสังฆกรรมกันเป็นเอิกเกริกพาลพาโลทุบทำลายข้าวของ  อีกฝ่ายสู้ไม่ได้ก็ถอยไปตั้งหลักด่าประจานห่าง ๆ จะสู้ก็กลัวโน่นกลัวนี่  จะถอยก็จะเสียฟอร์ม เฮ้อ ดูแล้วปลงอนิจจัง  นี่หรือผู้ใหญ่ในสังคม  ผู้นำระดับชาติ หน้าตาก็มีความรู้กันทั้งนั้น  ยังกล้าทำออกทีวีกันอีก  ใจกล้ากันจริง ๆ

     ก็เลยมาคิดต่อไปอีก (ก็เลิกคิดมาพักใหญ่แล้วนะเนี่ย) ว่าไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่าที่ทำกันแล้วหรือ  ทำให้เป็นตัวอย่างแก่เด็กรุ่นต่อไปกันหน่อยไม่ได้หรือไง  เหตุผล กฎระเบียบ และการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นตามระบอบประชาธิปไตยนั้นมันต้องฝึกกันตั้งแต่เล็ก  ลองสังเกตเด็ก ๆ ดูซิ  กว่าจะฝึกให้ยอมรับในกฎระเบียบและความดีมีเหตุผลในสังคมได้นั้นแสนจะยาก  แต่ละคนก็เอาแต่แหกปากร้องไห้จะเอาเป็นของตัวตลอด  กว่าจะสอน กว่าจะโตรู้ผิดถูก ควรไม่ควร พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็เหนื่อยแทบตาย  จะอธิบายมากไป มันก็ไม่รู้เรื่อง ก็มันเป็นเด็ก  ต้องทำให้ดู ต้องท้าวความ ต้องยกตัวอย่างสารพัดกว่าเด็กจะเข้าใจ  บางครั้งก็มีฮึดฮัดขัดขืน (พอจะเรียกว่าอริยะขัดขืนได้บ้างมั้ยนะ) แข็งข้อกับผู้ใหญ่ครูบาอาจารย์  ไม่ยอมรับผิด อ้างแต่ว่าในครั้งนี้ข้าพเจ้าไม่ผิด แต่ก่อนหน้านั้น ราว 5 วินาที ไม่รับรู้ ยังไงก็ยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า ไม่ผิด ไม่ผิด  ไอ้นั่นซิผิด  หรือ มันผิดมากกว่าผมครับ  ไอ้คนนั้นมันทำได้  ผมหรือหนูก็ทำบ้างซิ  แล้วก็มีคำอธิบายที่ช่วยแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้เลยว่าเป็นเพราะฤทธิ์ฮอร์โมนในแต่ละวัย

    แล้วมาครั้งนี้ ผู้ใหญ่ในสังคม (ที่เป็นที่ยอมรับและศรัทธาของคนแต่ละกลุ่ม) กลับมาทำลายภาพพจน์เสียหมด  พวกเขาคิดอะไรกันอยู่น้อ  ถ้าคิดในแง่ร้าย ก็เหมือนบ่อนทำลายชาติเลย (หรือจะหนักไป)  อยากจะถามไปที่ผู้นำฝ่ายพันธมิตรประชาชนเหมือนกัน แต่กลัวโดนสาวกตื้บออกมา แบบที่เห็นในทีวีว่า  ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญก็มีบัญญัติสามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรีและคณะได้ โดยการเข้าชื่อตามจำนวนที่กำหนด  ดูจากที่ก่อการกันทั่วประเทศ มันก็น่าจะมีคนสนับสนุนเพียงพอนะ ใช้วิธีนี้ไม่ได้เหรอ  ถ้าคนไม่พอจะช่วยลงชื่อให้  หรือไอ้ที่มาชุมนุมกันเหยง ๆ น่ะ ไม่มีสิทธิลงชื่อถอดถอน เพราะไม่ทำตามสิทธิหน้าที่ในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ  ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะสมน้ำหน้าดีมั้ย  ว่าไม่รู้จักวินัย แล้วจะโวยอะไรอีก   หรือ  คนเหล่านั้นไม่มีสิทธิเพราะไม่ใช่คนไทยตามกฎหมาย  เอ ยิ่งคิดยิ่งน่ากลัว  ใครรู้ก็ช่วยเฉลยหน่อยก็แล้วกัน   เผื่อว่าคนไทย(ที่มีสิทธิเต็มเปี่ยม)โง่ ๆ คนนี้ จะหายโง่ซักที

เป็นคนไทยรีเปล่า

posted on 24 Jul 2008 20:50 by konkoy

     ก็สืบเนื่องมาจาก 6 มาตรการช่วยเหลือคนไทยในเวลา 6 เดือนของท่านนายกมัคร  ความจริงก็เนิ่นนานมาพอสมควร ตั้งแต่ทั่นนายกออกมาแถลงการณ์ในวันนั้น (วันไหนก็ชักจำไม่ค่อยได้แล้ว)  พอฟังก็ให้รู้สึกตลก  แต่พอวุ่นเรื่องอื่น ๆ ก็เลยไม่ได้บันทึกไว้  เผอิญวันนี้ฟังเพื่อน ๆ คุยกันว่า พรุ่งนี้ น้ำมันจะลงราคา สาเหตุจากมาตรการของทั่นนายกน่ะเอง ประจวบกับพอมีเวลา ก็เลยมาบันทึกซะหน่อย

     มาตรการที่ 1 ลดภาษีน้ำมัน  ไม่รู้มันจะช่วยอะไรได้มากแค่ไหน ผ่านมาจนวันนี้ข้าวของมันก็แพงเหมือนเดิม  ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรกระเป๋าตังค์เราได้เลย  ถึงน้ำมันจะลงราคา แต่ขับมอไซค์ใช้เบนซิน 91 ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้เลย ที่ลดดีเซล กับก๊าซโซฮอล  

     มาตรการที่ 2 ขึ้นรถเมล์ฟรี  อุแม่เจ้า บ้านอยู่ต่างจังหวัด มิได้นั่ง ขสมก. ข้อนี้ล่ะตลกที่สุด  ตกลงทั่นนายกจะช่วยเหลือคนไทย หรือช่วยเหลือชาวกทม.กันแน่นะเนี่ย  จำได้ว่า วินาทีแรกที่ฟังก็นั่งหัวเราะเลย  สมเพชตัวเองว่าไม่มีสิทธิ สงสัยทำบุญมาน้อย

    มาตรการที่ 3 ใช้น้ำฟรี 50 ล.บ.ม. ใช้ประปาหมู่บ้านจ้า  เขาจะให้ใช้ฟรีตามทั่นหรือเปล่าเนี่ย  ก็อยู่ออกไกลปืนเที่ยง

     มาตรการที่ 4 ชะลอราคาแก๊สในครัวเรือน ก็ตอนนี้มันก็ขึ้นราคาไปตั้งบานเบิกอยู่แล้ว  แล้วครัวเรือนนึงจะใช้กันซักเท่าไหร่  ไม่รู้จะช่วยอะไรได้รีเปล่า  แต่ตัวเรานั้นใช้เตาไฟฟ้า มิได้ใช้แก๊ส  นั่นก็คือไม่มีเอี่ยวกับเขาอีกแล้ว

     มาตรการที่ 5 นั่งรถไฟฟรี  โธ่ถัง  ทั้งปีทั้งชาติ ตะเกิดมา ได้นั่งรถไฟ 2 หน แถมน้าน นานมากแล้วด้วย  ในอนาคตก็ยังมิมีวี่แววจะได้นั่งอีก  ท่าทางหมดสิทธิอีกข้อ

     มาตรการที่ 6 ใช้ไฟฟรี 80 ยูนิต  เออ อันนี้ท่าทางจะมีหวัง  แต่ปกติก็ใช้ไฟไม่ถึง 50 ยูนิตอยู่แล้ว  เงินแค่ร้อยกว่าบาท

     เฮ้อ!  นายกจะช่วยคนไทยทั้งที เรามีสิทธิแค่ร้อยกว่าบาทเนี่ยนะ  เอ  หรือเราจะไม่ใช่คนไทยซะละมั้ง อนิจจังวัฏฏะสังขารา

เรื่องที่ไม่เข้าใจ

posted on 23 Jun 2008 19:39 by konkoy

    ในวิถีของคนมักจะมีเรื่องแปลก ๆ ที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเข้ามาแทรกเป็นยาดำเสมอ โดยเฉพาะความคิดของคนนี่ช่างหาเหตุ่ผลเข้าข้างตัวเองได้ตลอด  ทำให้ต้องงงปนเง็งเป็นหลายคราว บางครั้งหาคำตอบไม่ได้(ยอมรับไม่ได้มากกว่า)ก็ช่างหัวมัน  บางครั้งก็มองเป็นเรื่องขัน ๆ บางครั้งก็ออกจะหงุดหงิดในความไม่ถูกไม่ควร เฮ้อ เป็นคนนี่มันยุ่งจริงหนอ

     อย่างวันนี้ก็มีเรื่องไม่เข้าใจ มาให้ทำใจเหมือนกัน  แต่ถ้าคิดให้ดีก็มีหลายเรื่องนะเนี่ย  วันนี้หมอสาธารณสุขมาตรวจความดัน หาเบาหวาน และสารเคมีในเลือด  ไม่รู้ประชาสัมพันธ์กันยังไง หมอมาแล้วแต่ผู้รับบริการยังไม่มา (เคยได้ยินแต่คนไข้มารอหมอ  หมอมารอคนไข้นี่ก็เพิ่งได้พบเห็น) ต้องขอร้องให้โรงเรียนประกาศออกทางเสียงตามสายให้อีก  ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไปตรวจบ้าง เพราะไม่ได้ข่าวมาเหมือนกัน   เริ่มจากการชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว (ไม่เข้าใจจะวัดรอบเอวไปทำไม) ไม่น่าเชื่อ น้ำหนักขึ้นตั้ง 3.5 กิโลแน่ะ ก็ไม่ค่อยได้รับประทาน(สวาปาม)อะไรมากมายเลย ทุเรียนก็กินได้ไม่มาก (ไม่ค่อยชอบเละ ๆ ผู้ดี๊ ผู้ดี ต้องกินห่าม ๆ เลยมักอด) ข้าวปลาก็รับแค่ 2 มื้อ  เย็นงด ดื่มแต่นม นอนก็ดึก ไม่เข้าใจเลย น้ำหนักขึ้นไงตั้งหลายโล (เครียดนะเนี่ย) พอมาตรวจเลือดโดยการเจาะใส่หลอดจิ๊ด ๆ แล้วเอาไปปั่น ปรากฏว่า ได้ 3 แสดงว่าเริ่มเสี่ยงต่อการมีสารเคมีในเลือด  หมอบอกให้กินผักน้อย ๆ หน่อย  ผักที่ซื้อจากตลาดมักมีสารเคมีตกค้างจำนวนมาก  ให้หาผักตามริมรั้วมากิน (ยังสงสัยอยู่ว่าต้องแย่งหญ้ากับคุณถึกควายทุยกินด้วยมั้ยเนี่ย)  มันจะเป็นไปได้ไง  ก็ปกติไม่ค่อยได้กินผัก  ซัดแต่ไก่ย่าง ไก่จ๊อ  หมูกุ้งผัดพริก ผัดกระเทียม ไม่ก็ปลาทอดเป็นประจำ อ้อ อีกอย่างก็มาม่าต้มยำน้ำข้น กับผัดขี้เมาแห้ง เสริมด้วยไข่ 1 ฟอง จะทอดหรือต้มแล้วแต่อารมณ์ ขนาด 3-4 วันจึงจะส้วมสักหน (ไม่นับตอนท้องเสีย) สุดแสนจะไม่เข้าใจ  แต่ทีวัดความดัน ได้ตัวบน 105 ตัวล่าง 74  ปกติ  ทั้ง ๆ ที่มีความรู้สึกว่าช่วงนี้จะเหนื่อยง่ายขึ้น น่าจะมีปัญหาด้านความดัน  แต่ดันปกติ (มีแต่ความดันทุรังสูง) ก็ไม่เข้าใจอีกแหละ หรือจะไม่ค่อยฉลาดก็ไม่รู้   แต่เมื่อหลายปีก่อนตรวจแบบนี้แหละ  แต่ได้ผลอีกแบบหนึ่ง นั่นก็คือ ความเข้มข้นของเลือดน้อย (เลือดจางน่ะแหละ) (ก็ตรวจด้วยวิธีเดียวกันเป๊ะ เจาะเลือดใส่หลอดแบบเดียวกันเด๊ะ แล้วเอาไปปั่นด้วยเครื่องแบบเดียวกัน แต่ไหงได้ผลตรวจคนละเรื่องก็มิรู้ได้)  หมอบอกว่าให้ออกกำลังกายมาก ๆ  ดื่มนมเยอะ ๆ   ก็บอกหมอว่า เล่นบาสทุกเย็น เหงื่อเงี้ยยังกับไปอาบน้ำมา  ดื่มนมทุกวันไม่เคยขาด  แล้วจะให้เพิ่มอะไรอีกล่ะ (ไม่เข้าใจ) หมอก็คงคิดเหมือนกันว่า ไอ้ตัวเจ้าปัญหามาอีกแล้ว 

     เรื่องที่ไม่เข้าใจยังมีอีกหลายเรื่อง ถ้าเข้าใจเสียหมดก็เป็นสัพพัญญู ผู้รู้แจ้ง  เผอิญเป็นคนธรรมดา ก็เลยต้องปล่อยให้มีเรื่องไม่เข้าใจต่อไปเรื่อย ๆ แม้แต่ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลย ว่าทำไมมันจึงไม่เข้าใจอยู่เรื่อย และจะไม่เข้าใจอีกนานมั้ย  ถ้าเป็นเด็ก ๆ ช่างสงสัย เขาเรียกว่าเด็กฉลาด  แล้วเลยวัยเด็กไปเยอะล่ะ จะเรียกอะไรดี  ไม่เข้าใจเลย